แชร์

โรคไข้สมองอักเสบจากการติดเชื้อโปรโตซัว Encephalitozoon cuniculi ในกระต่าย

อัพเดทล่าสุด: 6 ม.ค. 2026
36 ผู้เข้าชม

โรคไข้สมองอักเสบจากการติดเชื้อโปรโตซัว Encephalitozoon cuniculi ในกระต่าย: ทำความเข้าใจกับสาเหตุ อาการทางคลินิก ปัจจัยเสี่ยง การตรวจวินิจฉัย การรักษา และการป้องกัน

 

          สำหรับเจ้าของหลายคน กระต่ายไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยง แต่เป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว เราใส่ใจดูแลพวกเขาทุกอย่าง ตั้งแต่อาหารการกินไปจนถึงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุด แต่มีภัยเงียบอย่างหนึ่งที่เจ้าของกระต่ายจำนวนมากอาจไม่เคยรู้จัก นั่นคือโปรโตซัวที่มีชื่อว่า Encephalitozoon cuniculi หรือ E. cuniculi ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้บ่อยแต่กลับไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก

ทำความรู้จักกับเชื้อ E. cuniculi

          Encephalitozoon cuniculi หรือเรียกสั้น ๆ ว่า E. cuniculi คือการติดเชื้อโปรโตซัวที่ส่งผลกระทบต่อกระต่าย และยังสามารถพบได้ในมนุษย์ สุนัข แมว หมู สัตว์ฟันแทะ ม้า และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ ซึ่งโปรโตซัวชนิดนี้มักส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาท ไต และดวงตาของกระต่าย
          เชื้อ E. cuniculi จัดเป็นโปรโตซัวที่ต้องอาศัยอยู่ภายในเซลล์ (Intracellular parasite) ซึ่งหมายความว่ามันจำเป็นต้องรุกรานเข้าไปในเซลล์ของโฮสต์เพื่อทำการแบ่งตัว เมื่อเชื้อมีการแบ่งตัว มันจะทำให้เซลล์เหล่านั้นแตกออก ส่งผลให้เชื้อแพร่กระจายไปยังเซลล์ข้างเคียงและนำไปสู่การอักเสบทั่วร่างกาย การอักเสบนี้แบ่งเรียกตามอวัยวะที่เกิดโรค ได้แก่ การอักเสบในสมอง (Encephalitis), การอักเสบในไต (Nephritis), และการอักเสบในดวงตาหรือม่านตาอักเสบ (Uveitis)
          โดยทั่วไปแล้ว เชื้อ E. cuniculi สามารถพบได้ทั่วไปในกระต่าย แต่กระต่ายจำนวนมากอาจเป็นพาหะโดยไม่แสดงอาการใด ๆ (Asymptomatic) ในขณะที่โปรโตซัวซ่อนตัวอยู่ในระยะพักตัว (Dormant) บ่อยครั้งที่โปรโตซัวจะเริ่มกลับมาแบ่งตัวและก่อโรคเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของกระต่ายอ่อนแอลง เช่น เมื่อกระต่ายแก่ตัวลง มีอาการเจ็บป่วย หรือเกิดความเครียด โดยความเครียดถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดอาการป่วยทางคลินิก
          นอกจากนี้ เชื้อ E. cuniculi ยังจัดเป็นเป็นโรคสัตว์สู่คน (Zoonotic disease) ซึ่งหมายความว่าสามารถแพร่กระจายจากกระต่ายสู่มนุษย์ได้ ผู้เลี้ยงสัตว์จึงต้องใช้ความระมัดระวังเมื่อสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงและควรดูแลรักษาความสะอาดสภาพแวดล้อมเพื่อขจัดสปอร์ของเชื้อที่อาจปนเปื้อน เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อสู่ตนเอง หากมีความกังวลเกี่ยวกับโรคติดต่อนี้ ควรปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม

กระต่ายที่ติดเชื้อ E. cuniculi สามารถที่จะแพร่เชื้อไปยังสัตว์ชนิดอื่นได้ รวมถึงมนุษย์

 

อาการของโรค E. cuniculi ในกระต่าย
          กระต่ายส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อ E. cuniculi มักจะไม่แสดงอาการป่วยใด ๆ เลย อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่โรคแสดงอาการ ส่วนใหญ่มักจะปรากฏเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System) ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการอักเสบภายในสมอง เมื่อโปรโตซัวชนิดนี้บุกรุกเข้าไปทำลายเซลล์ในสมอง การอักเสบที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้กระต่ายมีอาการดังต่อไปนี้

  • คอเอียง (Head tilt)
  • การเคลื่อนไหวของดวงตาผิดปกติ (Abnormal eye movements)
  • การสูญเสียการทรงตัว (Discoordination)
  • เดินวน (Circling)
  • กลิ้งตัว (Rolling)
  • อาการชัก (Seizures)

          นอกเหนือจากระบบประสาทแล้ว เชื้อยังสามารถส่งผลกระทบต่ออวัยวะอื่น ๆ หากเชื้อ E. cuniculi ส่งผลกระทบต่อไต อาการทางคลินิกที่พบได้คือ ความอยากอาหารลดลง, พฤติกรรมการกินน้ำเปลี่ยนแปลงไป, และมีอาการซึมหรืออ่อนเพลีย (Lethargy) ในขณะที่อาการทางตามักแสดงออกในลักษณะของต้อกระจก (Cataracts) หรือมีฝ้าขาวภายในดวงตา โดยปกติมักพบเพียงข้างเดียวแต่ก็สามารถเกิดขึ้นทั้งสองข้างได้ อาการเหล่านี้มักพบได้บ่อยกว่าในกระต่ายที่มีอายุน้อย
          กระต่ายเป็นสัตว์ที่ไวต่อความรู้สึก อาการบางอย่างของโรค E. cuniculi อาจถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเคส หากกระต่ายมีอาการดังต่อไปนี้ ผู้เลี้ยงควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เช่น ไม่กินอาหารนานเกิน 12 ชั่วโมง มีอาการชัก หรือมีอาการซึมผิดปกติ เป็นต้น

อาการของโรค E. Cuniculi ในกระต่าย (Bunny Wonderland Singapore)

 

สาเหตุของโรค E. cuniculi ในกระต่าย

          เชื้อ E. cuniculi เป็นโปรโตซัวที่สามารถแพร่กระจายจากกระต่ายตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่ง หรือแพร่สู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย ระยะแพร่เชื้อของโปรโตซัวชนิดนี้เรียกว่า “สปอร์” (Spore) ซึ่งกระต่ายที่เป็นโรคจะขับออกมาทางปัสสาวะ การติดเชื้อในสัตว์ตัวอื่นเกิดขึ้นโดยบังเอิญเมื่อพวกมันกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนปัสสาวะที่มีเชื้อนี้อยู่ โดยทั่วไป กระต่ายเป็นสัตว์สังคมที่มักถูกเลี้ยงรวมกัน สปอร์ที่ปนเปื้อนอยู่ในปัสสาวะจึงสามารถแพร่กระจายไปยังเพื่อนร่วมกรงได้ ซึ่งมักนำไปสู่การติดเชื้อของกระต่ายทั้งกลุ่ม
          เมื่อสปอร์เข้าสู่ร่างกาย มันจะเดินทางไปยังระบบทางเดินอาหารและเข้าสู่กระแสเลือด จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังอวัยวะเป้าหมาย ซึ่งโดยปกติมักเป็น สมอง ไต หรือดวงตา แต่เชื้อก็ยังสามารถแพร่กระจายไปยังตับ ปอด หรือหัวใจได้เช่นกัน หลังจากที่กระต่ายได้รับเชื้อเข้าไป จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ก่อนที่กระต่ายตัวนั้นจะเริ่มขับสปอร์ออกมาทางปัสสาวะและแพร่เชื้อต่อเป็นวงจรไปเรื่อย ๆ
          นอกจากนี้ เชื้อ E. cuniculi ยังสามารถติดต่อผ่านทางแม่สู่ลุก โดยถ่ายทอดไปยังลูกกระต่ายในครรภ์ผ่านทางรกได้ ซึ่งกรณีนี้มักส่งผลให้ลูกกระต่ายเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติทางสายตา

 

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค E. cuniculi ในกระต่าย
ปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้กระต่ายแสดงอาการป่วยรุนแรงจากเชื้อ E. cuniculi นั้นมีหลายประการ โดยสิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
          1. ความเครียดและสุขภาพพื้นฐาน: ความเครียด (Stress) ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้กระต่ายพัฒนาอาการทางคลินิก โดยโปรโตซัวชนิดนี้มักฉวยโอกาสก่อโรคในจังหวะที่กระต่ายมีความอ่อนแอที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผลมาจากความเจ็บป่วยอื่น ๆ หรือโรคประจำตัว นอกจากนี้ ช่วงอายุก็มีผลต่อความไวในการรับเชื้อ โดยพบว่ากระต่ายอายุน้อยและกระต่ายแก่ จะมีความเสี่ยงสูงกว่ากระต่ายในช่วงวัยอื่น
          2. สุขอนามัยและสภาพแวดล้อม: การรักษาความสะอาดของกรงและสภาพแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพื่อขจัดสปอร์ของเชื้อที่อาจปนเปื้อนอยู่ในที่อยู่อาศัยออกไป สภาพความเป็นอยู่ที่สกปรกไม่เพียงแต่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค แต่ยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเครียดแก่กระต่าย ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแนวโน้มให้กระต่ายขับสปอร์ออกมาแพร่เชื้อได้

 

การวินิจฉัยโรค E. cuniculi ในกระต่าย

การวินิจฉัยโรค E. cuniculi ในกระต่ายที่ป่วยนั้นสามารถทำได้หลายวิธีดังต่อไปนี้
          1. การตรวจหาภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีในเลือด (Serology/Antibody Tests) สัตวแพทย์มักใช้วิธีการตรวจเลือดแบบคู่ (Paired blood tests) เพื่อวัดระดับแอนติบอดี (Antibodies) ในการช่วยวินิจฉัยโรค หากระดับของไตเตอร์ (Titer level) เพิ่มสูงขึ้น จะช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยว่าน่าจะเป็นโรค E. cuniculi โดยกระต่ายสามารถตรวจพบผลบวกได้ภายใน 3 สัปดาห์หลังจากได้รับเชื้อ และอาจมีผลเลือดเป็นบวกไปตลอดชีวิตโดยที่ไม่แสดงอาการป่วยใด ๆ เลย
          2. การตรวจหาสารพันธุกรรมจากปัสสาวะด้วยเทคนิค PCR: การตรวจ PCR ในปัสสาวะมีประโยชน์ในการตรวจสอบว่ากระต่ายกำลังขับสปอร์ของเชื้อออกมาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจที่เป็นลบ (Negative) ไม่ได้หมายความว่ากระต่ายไม่ได้ติดเชื้อ มันหมายความเพียงแค่ว่า ณ เวลาที่ตรวจ กระต่ายไม่ได้กำลังแพร่กระจายเชื้อออกมาเท่านั้น เนื่องจากกระต่ายจะขับสปอร์ออกมาทางปัสสาวะเป็นช่วง ๆ (Intermittent) ตลอดชีวิต ไม่ว่าจะมีอาการป่วยหรือไม่ก็ตาม
          3. การตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม การตรวจเลือดทั่วไป อาทิ ค่าเคมีเลือดและความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การเอกซเรย์กะโหลกศีรษะ และการเพาะเชื้อจากสารคัดหลั่งในหู เป็นวิธีที่มีประโยชน์ในการตรวจสอบโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ และช่วยในการวางแผนการรักษาโดยรวม
          การวินิจฉัยที่แน่นอนที่สุด (Definitive Diagnosis) วิธีเดียวที่จะวินิจฉัยโรคนี้ได้อย่างแน่นอนที่สุดคือ การตัดชิ้นเนื้อจากอวัยวะต่าง ๆ (Biopsy) และการตรวจ PCR ของเนื้อเยื่ออวัยวะ แต่เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากขั้นตอนนี้มักจะทำได้ก็ต่อเมื่อกระต่ายที่ติดเชื้อได้เสียชีวิตไปแล้วเท่านั้น

 

การรักษาโรค E. cuniculi ในกระต่าย
          เป้าหมายหลักของการรักษาโรค E. cuniculi คือการไม่ให้เชื้อมีการแพร่กระจายของตัวและบรรเทาไม่ให้อาการป่วยทางคลินิกทรุดหนักลงไปกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม การกำจัดเชื้อให้หมดไปจากร่างกายอย่างสิ้นเชิงอาจเป็นไปได้ยาก เนื่องจากเชื้อสามารถซ่อนตัวอยู่ภายในเซลล์ของร่างกายได้ แนวทางการใช้ยาหลัก สัตวแพทย์มักจะสั่งจ่ายยาถ่ายพยาธิที่ชื่อว่า Fenbendazole (Panacur) โดยต้องให้กินติดต่อกันเป็นระยะเวลา 30 ถึง 60 วัน ยาตัวอื่นที่อาจนำมาใช้ได้ แต่นิยมใช้น้อยกว่า ได้แก่ Albendazole, Thiabendazole และ Oxibendazole
          ผลลัพธ์ของการรักษา จากการศึกษาพบว่าการใช้ยาสามารถหยุดการขับเชื้อ E. cuniculi ออกมาได้ แต่ การอักเสบภายในเนื้อเยื่อของร่างกายจะยังคงอยู่ เนื่องจากความเสียหายต่ออวัยวะได้เกิดขึ้นไปแล้ว ด้วยเหตุนี้ อาการป่วยบางอย่างอาจไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ 100% และอาจกลับมาแสดงอาการซ้ำได้อีกในอนาคต
          การรักษาประคับประคองและยาเสริม สัตวแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาอื่น ๆ ร่วมด้วยตามความเหมาะสมของแต่ละเคส

  • ยาต้านการอักเสบ: ในบางกรณีอาจมีการใช้สเตียรอยด์ (Steroids) เพื่อลดการอักเสบ หรือใช้ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) เช่น Meloxicam เพื่อช่วยบรรเทาอาการ
  • ยาแก้เวียนหัว: อาจมีการใช้ยาแก้เมารถ/เมาเรือ เช่น Meclizine เพื่อช่วยลดอาการคลื่นไส้และการเสียการทรงตัว
  • ยาปฏิชีวนะ: หากสัตวแพทย์ตรวจพบว่ามีการติดเชื้อในหูร่วมด้วย ซึ่งทำให้เกิดอาการคอเอียง ตากระตุก หรือกลิ้งตัวคล้ายกับโรค E. cuniculi อาจมีการจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการดังกล่าว แต่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเลือกชนิดของยา เนื่องจากกระต่ายสามารถรับยาปฏิชีวนะได้เพียงบางชนิดเท่านั้น

 

การฟื้นฟูและการจัดการโรค E. cuniculi ในกระต่าย

          ในกรณีที่กระต่ายมีอาการเพียงเล็กน้อย (Mild cases) โรคอาจทุเลาลงได้เองโดยอาศัยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของกระต่าย อย่างไรก็ตาม ผู้เลี้ยงควรนำกระต่ายไปพบสัตวแพทย์เสมอ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและประเมินว่าจำเป็นต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์หรือไม่
          สำหรับเคสที่มีอาการรุนแรง มักจำเป็นต้องรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาลสัตว์เพื่อให้การดูแลแบบประคับประคองอย่างใกล้ชิด ซึ่งรวมถึงการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (IV fluids) และการป้อนอาหารบ่อยครั้ง หากกระต่ายมีอาการชักร่วมด้วย สัตวแพทย์จะรักษาด้วยยาต้านอาการชักและให้การดูแลช่วยเหลือเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
          นอกจากนี้ อาหารและการดูแลด้านโภชนาการถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในระหว่างกระบวนการฟื้นฟู โดยทั่วไป ยิ่งอาการทางคลินิกมีความรุนแรงมากเท่าไหร่ การพยากรณ์โรคก็จะยิ่งแย่ลงเท่านั้น โดยกระต่ายที่ยังคงกินอาหารเองได้ มักจะมีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีที่สุด ในขณะที่กระต่ายที่หยุดกินอาหาร และต้องพึ่งพาโภชนาการบำบัด (ต้องป้อนอาหาร) การจะฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติอาจเป็นเรื่องยากลำบาก
          เมื่อกระต่ายได้รับการรักษา อาการป่วยทางคลินิกไม่ควรจะลุกลามหรือทรุดลงไปอีก แต่สภาพร่างกายอาจจะไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้สมบูรณ์ดังเดิม

 

การป้องกันและความคาดหวังในการฟื้นตัวจากโรค E. cuniculi ในกระต่าย
          การป้องกันโรค E. cuniculi ในกระต่ายเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยากและซับซ้อน เนื่องจากกระต่ายจำนวนมากมักมีการติดเชื้อแบบซ่อนเร้นโดยไม่แสดงอาการป่วยออกมาให้เห็น แนวทางการป้องกันสามารถทำได้ดังต่อไป
          1. การคัดกรองสัตว์เลี้ยงใหม่: ก่อนที่จะนำกระต่ายตัวใหม่เข้ามาเลี้ยง ควรนำไปตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่าผลเป็นลบ (ไม่พบเชื้อ E. cuniculi) เสียก่อนจึงจะนำเข้ามาเลี้ยงปะปนกับตัวอื่นได้
          2. การเลี้ยงร่วมกับสัตว์อื่น: ผู้เลี้ยงควรใช้ความระมัดระวังหากเลี้ยงกระต่ายร่วมกับสัตว์ฟันแทะอื่น ๆ เช่น หนูแกส (Guinea pigs) เนื่องจากหนูแกสสามารถเป็นพาหะเก็บกักเชื้อโรคและแพร่กระจายเชื้อสู่กระต่ายได้
          3. สุขอนามัย: การหมั่นทำความสะอาดกรงและรักษาสุขอนามัยที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อ E. cuniculi ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          สำหรับความคาดหวังในการฟื้นตัว (Prognosis) ผู้เลี้ยงควรเตรียมใจว่าหากกระต่ายมีการติดเชื้อและแสดงอาการของโรค กระบวนการฟื้นฟูร่างกายจากโรคนี้อาจต้องใช้เวลาตั้งแต่ หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการทางคลินิกที่กระต่ายแสดงออกมา สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือ กระต่ายที่ป่วยอาจไม่สามารถกลับมามีร่างกายปกติสมบูรณ์ 100% ได้เหมือนเดิม แม้จะรักษาหายแล้ว แต่อาจมีความผิดปกติถาวรหลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะ อาการคอเอียง (Head tilt) หรือปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว

 

ทำไมการวินิจฉัยที่รวดเร็วจึงมีสำคัญ?
          สำหรับบุคลากรทางการสัตวแพทย์ การรู้ผลและวินิจฉัยโรคได้ทันท่วงทีเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการวางแนวทางรักษาสุนัขและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น การตระหนักรู้ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงและการตรวจคัดกรองเป็นประจำในพื้นที่เสี่ยงจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (Early intervention) นำไปสู่ผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้น
          โดย VETDiagnostix และ PM VetCare โดยบริษัท ปีเตอร์ เมดิฟาร์ จำกัด (บริษัทในเครือกลุ่มบริษัท สมาร์ท ไซเอนซ์)  เราพร้อมที่จะสนับสนุนสัตวแพทย์ด้วยผลิตภัณฑ์การตรวจวินิจฉัยที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีการตรวจแบบรวดเร็ว (Rapid test) มีบทบาทสำคัญในการตรวจหาโรคติดเชื้อจากเชื้อโปรโตซัว ช่วยให้สัตวแพทย์ตัดสินใจและวางแนวทางการรักษาได้ทันที


แนะนำผลิตภัณฑ์: ชุดตรวจแอนติบอดีต่อเชื้อ Encephalitozoon Cuniculi ในกระต่าย
Model No. VD121Q VET DIAGNOSTIX Rabbit Encephalitozoon Cuniculi Antibody Test
          เพื่อช่วยในการคัดกรองสุนัขที่มีความเสี่ยงอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เราขอแนะนำผลิตภัณฑ์ชุดตรวจ VD121Q VET DIAGNOSTIX Rabbit Encephalitozoon Cuniculi Antibody Test ซึ่งออกแบบมาสำหรับการตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อ Encephalitozoon Cuniculi

 

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
          1. วัตถุประสงค์การใช้งาน: สำหรับการตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อ Rabbit Encephalitozoon Cuniculi (RA.ECUN Ab)
          2. ใช้หลักการ Lateral flow immunochromatographic assay
          3. ตัวอย่างที่ใช้ตรวจ: ซีรั่มหรือพลาสมา
          4. ความจำเพาะและแม่นยำสูง: ให้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ
          5. รู้ผลไว: อ่านผลได้ภายใน 5-10 นาที
          6. การอ่านผล: แถบแสดงผลชัดเจน อ่านค่าง่าย
          7. ใช้งานง่าย: ขั้นตอนไม่ซับซ้อน สามารถอ่านผลได้ทั้งแบบตาเปล่าและผ่านเครื่องมือ Analyzer
          8. การเก็บรักษา: เก็บได้ที่อุณหภูมิห้อง (2-30°C)

 

 

 

 

 

ชุดตรวจแอนติบอดีต่อเชื้อ Encephalitozoon Cuniculi ในกระต่าย

Brand : Vetdiagnostix



  หมายเหตุสำหรับสัตวแพทย์ :
สำหรับการสั่งซื้อ กรุณาติดต่อทีมขายหรือฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อรับคำปรึกษาและรายละเอียดการสั่งซื้อ

 

แหล่งที่มา : 

1. Latney, L. T. V., Bradley, C. W., & Wyre, N. R. (2014). Encephalitozoon cuniculi in pet rabbits: diagnosis and optimal management. Veterinary medicine: research and reports, 169-180.

2. Doboși, A. A., Bel, L. V., Paștiu, A. I., & Pusta, D. L. (2022). A review of Encephalitozoon cuniculi in domestic rabbits (Oryctolagus cuniculus)—Biology, clinical signs, diagnostic techniques, treatment, and prevention. Pathogens, 11(12), 1486.

3. Wilczyńska, A., Ziętek, J., Teodorowski, O., & Adaszek, Ł. (2022). Encephalitozoon spp. as a potential human pathogen. Postępy Higieny i Medycyny Doświadczalnej, 76(1), 54-61.

4. Jones, L. (2023). E. cuniculi in Rabbits. Available at https://www.petmd.com/rabbit/conditions/infectious-parasitic/e-cuniculi-rabbits

5. Vet Diagnostix (n.d.). Rabbit Encephalitozoon Cuniculi Antibody Test. Available at https://www.vet-diagnostix.com/rapid-test/exotic-pets/feline-fiv-felv-combo-rapid-test-kit.html

6. Bunny Wonderland Singapore. (n.d.) Available at https://bunnywonderlandsg.com/2020/08/27/6498/

7. Magalhães, T. R., Pinto, F. F., & Queiroga, F. L. (2022). A multidisciplinary review about Encephalitozoon cuniculi in a One Health perspective. Parasitology research, 121(9), 2463-2479.


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy